ปลดล็อค ขนส่งสินค้า E-Commerce



ธุรกิจ E-Commerce ไทยยอดพุ่ง ส่งผลธุรกิจโลจิสติกส์เติบโตตาม


SCB EIC วิเคราห์เทรนด์ "ธุรกิจโลจิสติกส์ " คาดเติบโตต่อเนื่อง 35% จากการขยายตัวของธุรกิจ e-commerce ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล ที่นิยมซื้อสินค้าผ่าน Online Platfrom มากขึ้น ส่งผลให้ยอดจัดส่งพัสดุมีแนวโน้มสูงขึ้นกว่า 4 ล้านชิ้น/วัน


วิเคราะห์ธุรกิจ "โลจิสติกส์ " พุ่งแรง!

แนวโน้มธุรกิจ E-commerce ในประเทศไทย ช่วงการระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 พบว่ามีการบริโภคผ่านช่องทางดิจิทัลมากขึ้น ทั้งทางเว็บไซต์ธุรกิจ อีคอมเมิร์ซรายใหญ่ เช่น Lazada , Shopee , JD Central , Priceza และการค้าทางโซเชียลมีเดีย (Social Commerce) อย่าง Facebook , Line และ Instagram อีกทั้งยังมีการจัดโปรโมชั่นทางการตลาดเช่น 11.11 ของ Lazada และ 12.12 Brithday sale ของ Shopee ซึ่งส่งผลให้ยอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นถึง 1 ล้านชิ้น/วัน


ซึ่งการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ส่งผลให้ธุรกิจโลจิสติกส์ โดยเฉพาะการขนส่งพัสดุด่วน เติบโตตามอย่างมีนัยยะสำคัญ โดย ณ ตอนนี้ประเทศไทยมีผู้ให้บริการขนส่งพัสดุ และโลจิสติกส์มากกว่า 10 รายและยังมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเรื่อยๆ สะท้อนให้เห็นการเจริญเติบโตของธุรกิจ


หลังจากการผ่านพ้นของวิกฤต Covid-19 เข้าสู่ยุค "New normal" เจ้าของธุรกิจ SME ต้องเตรียมรับมือพฤติกรรมผู้บริโภคแบบ On Demand การสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ และแอพพลิเคชั่นที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงเป็นโอกาสของธุรกิจโลจิสติกส์ที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต


3 เทรนด์โลจิสติกส์ยุคใหม่น่าจับตามอง


1.Autonomous Vehicles

Autonomous Vehicles หรือ รถไร้คนขับเป็นเทคโนโลยีที่รับรองว่าเกิดขึ้นจริงแน่นอนในอนาคต ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนพนักงานในพื้นที่ห่างไกล และลดต้นทุนค่าขนส่งต่างๆ อย่างเช่น ค่าพนักงาน ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอุบัติเหตุ และค่าน้ำมัน ซึ่งคำว่ารถไร้คนขับนั้น ไม่ได้หมายถึงรถเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่ยังรวมถึง โดรน และยานพาหนะต่างๆ ที่สามารถใช้ขนส่งได้ โดยไม่ต้องใช้คน ซึ่งธุรกิจโลจิสติกส์ระดับโลก อย่าง Alibaba มีการเริ่มใช้โดรนในการส่งสินค้าแล้วในประเทศจีน


2.Big Data

ฐานข้อมูลที่มีอย่างมหาศาลบนโลกออนไลน์จะเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่เชื่อมต่อความเข้าใจกันระหว่างธุรกิจและผู้ใช้บริการ เมื่อความต้องการของลูกค้ามีมากขึ้นในยุคดิจิทัลการใช้ Big Data จะช่วยแก้ปัญหาในการขนส่ง เช่น ความปลอดภัย การตรงต่อเวลา และสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการ อีกทั้งข้อมูลเหล่านี้ยังสามารถนำไปใช้เพื่อวิเคราะห์และวางแผนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งในอนาคต


3.Omni-Channel

การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทำให้หลายธุรกิจเริ่มหันมาใช้วิธี การตลาดแบบ Omni-Channel ผสมผสานช่องทางจัดจำหน่ายทั้งแบบ Offline และ Online เข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มการอำนวยความสะดวก และประสบการณ์ที่ดีระหว่างธุรกิจและลูกค้า ซึ่ง Omni-channel เป็นช่องทางที่ขับเคลื่อนหลายๆ ธุรกิจ รวมถึงธุรกิจ Logistic ด้วยเช่นกัน การกระจายสินค้าที่มีหลากหลายช่องทางมากขึ้นจึงทำให้เกิดเป็น Omni Channel Logistics ที่เป็นการส่งหลายรูปแบบเพื่อการขนส่งสินค้าไปยังจุดหมายได้อย่างเหมาะสมที่สุดนั้นเอง

การเติบโตของธุรกิจ E-Commerce ได้ขับเคลื่อนธุรกิจ Logistic ให้เกิดการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เจ้าของธุรกิจ SME รวมถึงผู้ประกอบการธุรกิจขนส่งยังคงต้องคอยปรับตัวกับการเข้าสู่ยุค Digital อย่างเต็มตัว รวมถึงจับตามองเทรนด์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อการปรับกลยุทธ์ และวางแผนให้เหมาะสมกับธุรกิจมากที่สุด


พลิกวิกฤตเป็นโอกาส! ธุรกิจ Logistic ปรับตัวตอบสนองธุรกิจ E-Commerce เติบโตสูง


จากการเติบโตของธุรกิจ E-commerce ยอดการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด ส่งผลให้ความต้องการของบริการขนส่งพัสดุมากขึ้นอย่างสอดคล้องกัน รวมถึงการแข่งขันของตลาดขนส่งพัสดุที่แข่งกันอย่างดุเดือดทั้งในด้านของบริการ และราคา การขยายตัวอย่างรวดเร็วของตลาดอีคอมเมิร์ช ถือเป็นจุดสำคัญของผู้ประกอบธุรกิจขนส่งที่จะต้องปรับตัวให้ทัน ถึงแม้จะดูเหมือนเป็นโอกาสทองของธุรกิจขนส่งพัสดุแต่ถ้าไม่มีประสบการณ์และการปรับตัวที่รวดเร็ว อาจนำพามาสู่วิกฤตครั้งใหญ่ที่ผู้ประกอบการไม่อาจมองข้าม


ซึ่งแบรนด์ขนส่งที่สามารถปรับบตัวได้ จึงเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส อีกทั้งยังมีการจ้างงาน เพิ่มอัตราการให้บริการ และขยายจุดบริการ ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เข้าถึงลูกค้าให้ได้มากที่สุดเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่มากขึ้นอย่างก้าวกระโดด


อย่างหนึ่งที่สำคัญสำหรับธุรกิจขนส่ง คือ ความรวดเร็วของบริการ ผู้ประกอบการรายใหญ่หลายรายจึงเริ่มลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุน เพิ่มความเร็วของระบบการทำงาน อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้ใช้บริการตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีเหล้านี้เช่น การติดตั้ง GPS ในรถขนส่งเพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบสถานะพัสดุแบบ Real-time , การส้รางระบบจองรับ-ส่งพัสดุล่วงหน้าและการใช้ระบบเก็บเงินปลายทาง ( COD ) เป็นต้น ดังนั้นหากเกิดการขาดสภาพคล่องทางด้านการเงิน ทำให้ธุรกิจต้องชะลอตัว ทำให้เสียโอกาสในช่วงขาขึ้นแบบนี้ หัวใจของการทำธุรกิจคือ การสร้างธุรกิจที่ตอบโจทย์ สะดวก รวดเร็ว ตรงตามความต้องการในปัจจุบันของลูกค้าได้ โดยส่วนใหญ่มักเป็นธุรกิจนวัตกรรมและใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากช่วยให้การขยายและโตอย่างรวดเร็วสามารถทำได้นั่นเอง



ดู 7 ครั้ง