"สินทรัพย์" แบบไหนที่คนรวยเค้ามีกันนะ!!



สวัสดีค่ะวันนี้ SME CREDIT จะมาเล่าให้ฟังว่า สินทรัพย์แบบไหนที่คนรวยเค้า มีกันทุกคนรู้จัก Asset class กันไหมคะที่คนรวยส่วนใหญ่เค้าจะนำมาจัดสัดส่วนในพอร์ตการเงินกันดีกว่าเราจะได้รู้แล้วรวยไปพร้อมๆกันค่ะ


ย้อนความก่อนว่า Asset class คืออะไร


เป็นกลุ่มสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องที่มากกว่าสินทรัพย์ชนิดอื่นๆไม่ต้องกลัวว่าจะขายแล้วเปลี่ยนเป็นเงิน

ได้ยากเพราะมีตลาดรองรับสินทรัพย์ นั้นๆ โดยเฉพาะสามารถโยกย้ายและเปลี่ยนสัดส่วนการถือครองไปเป็นสินทรัพย์ชนิดอื่นๆได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว เหมาะกับการหยิบมาทำกลยุทธ์ Asset Allocation มากที่สุดซึ่งประกอบไปด้วย


1. เงินสดหรือเงินฝากธนาคาร

เงินสดและเงินฝากคือสินทรัพย์สภาพคล่องที่พร้อมจะเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ชนิดอื่นๆได้ตลอดเวลาและมีความเสี่ยงต่ำในการถือครองแต่ไม่ใช่ว่ามันไม่มีความเสี่ยงเลยนะคะ


ความเสี่ยงในการถือของเงินสดคืออะไรมาดูกันค่ะ


ก็คือการโดนขโมยหรือปล้นนั่นเองค่ะ จะบ้าหรอ ( เล่นเป็นศักรินทร์ดาวร้ายเลยนะ แหม่.... )

ความเสี่ยงของมันคือการเสียโอกาสงามงามในการลงทุนเพราะเงินที่อยู่ในบัญชีเงินฝากมีโอกาสที่จะโดนเงินเฟ้อกัดกินมูลค่าได้ในอนาคตปัจจุบันค่าเฉลี่ยของเงินเฟ้ออยู่ที่ 3% ต่อปีดอกเบี้ยออมทรัพย์ตอนนี้ได้กันอยู่เท่าไหร่ ถึง 2% ไหม หื้มมม…


ดังนั้นเงินสดจึงสำคัญสำหรับการลงทุนมากเพราะมันคือสภาพคล่องที่พร้อมเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ลงทุนได้เมื่อเห็นโอกาสพอได้จังหวะที่เหมาะสมก็อัดเงิน ในพอร์ตหุ้นก็เช่นกันพยายาม การสัดส่วนของเงินสดไว้เยอะๆ เมื่อตลาดหุ้นพบเจอวิกฤตจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจเวลาไม่ได้หุ้นดีราคาถูก


และเงินสดก็สำคัญมากนะคะเมื่อถึงเวลาฉุกเฉินในเวลาที่จำเป็นต้องใช้เงินสดคงไม่มีอะไรไปแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการที่เราต้องการได้ดีเท่ากับเงินสดอีกแล้วค่ะ


แล้วระดับของเงินสดที่ควรถือครองควรจะเป็นเท่าไหร่ดี?

โดยทั่วไปก็สามถึงหกเท่าของจำนวนค่าใช้จ่ายรายเดือนแล้วแต่ความเสี่ยงและความสะดวกของแต่ละคนนะคะ


2. ตราสารหนี้ อยากปล่อยกู้แบบดูดีแถมพอร์ตก็ยังมั่นคง


ตราสารหนี้ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยและมอบบทบาทเจ้าหนี้ให้กับนักลงทุนที่ถือครองตราสารส่วนผู้ระดมทุน คือ บริษัทเอกชน ภาครัฐ ก็กลายเป็นลูกหนี้ที่ต้องจ่ายดอกเบี้ย และไถ่ถอนเงินตามสัญญาที่ระบุไว้


โดยทั่วไปนะคะตราสารหนี้ที่เรารู้จักกันก็มี พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง หุ้นกู้ภาคเอกชน เป็นต้น ซึ่งจะมีระยะเวลาในการไถ่ถอนอัตราดอกเบี้ย และลักษณะพิเศษที่แตกต่างกันออกไป


อัตราผลตอบแทนจะได้รับมาในรูปแบบของดอกเบี้ย รายได้จากการคิดลดและกำไรจากการขายแต่สำหรับนักลงทุนทั่วไปอาจจะสนใจแค่รายได้จากดอกเบี้ยรับก็ได้ เลทยิ่งสูงยิ่งดีไถ่ถอนไวยิ่งดี


ความเสี่ยงของตราสารหนี้มีมากกว่าเงินสด


แต่ก็ไม่ถือว่าสูงนะคะซึ่งความเสี่ยงในการถือครองตราสารหนี้จะประกอบไปด้วยความเสี่ยงด้านเครดิตความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยและความเสี่ยงจากสิทธิ์แฝง เป็นต้น


ซึ่งนักลงทุนสามารถเลือกซื้อตราสารหนี้ได้ตามโอกาสที่ต้องการ แต่อย่าลืมดูอันดับความน่าเชื่อถือด้วย (เครดิต) ถ้าเป็นหนี้ที่ออกโดยภาครัฐ ความเสี่ยงด้านเครดิตก็มีน้อยกว่าภาคเอกชน และในภาคเอกชนก็จะมีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือด้วยอีกทีนึง ว่าอยู่ในระดับความเสี่ยงที่น่าลงทุนหรือเปล่า


ดังนั้นบริษัทที่ไม่น่าเชื่อถือก็จะพยายามออกอัตราดอกเบี้ยสูงสูงเพื่อดึงดูดนักลงทุนส่วนเครดิตดีอยู่แล้วก็เรียกดอกเบี้ยต่ำต่ำได้


อายุของตราสารหนี้ยิ่งตราสารหนี้มีอายุการไถ่ถอนที่ยาวนานก็จะยิ่งเผชิญความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย เพราะอัตราดอกเบี้ยจะไม่คงที่และมีความผันผวนตามสภาพเศรษฐกิจ


สรุปง่ายๆเลยนะคะข้อดีของตราสารหนี้จะเอามาจัดพอร์ตคือ ความผันผวนด้านผลตอบแทนมีน้อยกว่าหุ้นได้ผลตอบแทนคงที่ และได้รับสิทธิ์ในการชำระหนี้ตามกฏหมายก่อนผู้ถือหุ้น (กรณีที่ บ.เจ้าของตราสารล้มละลาย )


นักลงทุนจึงนิยมจัดสัดส่วนของตราสารหนี้ไว้ส่วนหนึ่งเพื่อป้องกันความผันผวนของพอร์ตการลงทุนแถมผลตอบแทนก็มากกว่าเงินออมทรัพย์คนรวยบางคนจึงเลือกลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้แทนการฝากเงินเพราะเรื่องผลตอบแทนนี่แหละคะ


ดังนั้นถ้าใครคิดว่าจะลงทุนในตราสารหนี้ต้องศึกษารายละเอียดให้ดีดูความเหมาะสมของเงินที่จะนำไปลงทุนแล้วเลือกรูปแบบของตราสารหนี้ให้เหมาะกับการลงทุนของตัวเองนะคะ


3. ตราสารทุน หรือหุ้นนั่นเองค่ะ!!


เมื่อพูดถึงการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนสูงถึงสูงมากและมีความเสี่ยงสูงก็ต้องนึกถึงหุ้นกันเป็นธรรมดาเพราะการลงทุนในหุ้นเคยเปลี่ยนคนทั่วโลกจากหน้ามือเป็นหลังมือมาแล้ว


มีทั้งคนที่เคยขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างลงทุนในหุ้นพอร์ตพันล้าน แบบ” เซียนมี่” ทิวา ชินธาดาพงศ์ หรือ " คุณศิริวัฒน์ วรเวทวุฒิคุณ" เจ้าของแบรนด์ศิริวัฒน์แซนวิช

จากนักลงทุนชื่อดังที่เคยมีพอร์ตหุ้นหลายร้อยล้านเจ็บเพราะหุ้นแต่ไม่อายทำกินเปลี่ยนมาขายแซนด์วิชเลี้ยงดูครอบครัว (ทั้งคู่เป็นเคสที่น่าศึกษาและให้บทเรียนชีวิตที่ดีมากๆค่ะ)


ปูทางมาให้เห็นแล้วนะคะว่าลงทุนในหุ้นเปลี่ยนชีวิตคนได้มากขนาดไหนงั้นเรามาดูกันค่ะ


หุ้นคืออะไร


คือตราสารที่แสดงสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของกิจการโดยหวังสิทธิ์ในการออกเสียงส่วนแบ่งกำไร(เงินปันผล) และส่วนต่างราคาหุ้น เป็นผลตอบแทน


โดยหุ้นของบริษัทจะถูกขายทอดตลาดเพราะต้องการระดมเงินทุนไปใช้ในวัตถุประสงค์ต่างๆทั้งขยายกิจการชำระหนี้เป็นต้น โดยบริษัทที่ไม่ต้องการก่อหนี้เพิ่มจะหุ้นของกิจการไปแลกกับเงินทุนในฐานะของผู้ต้องการเงินทุนซึ่งจะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือไม่ก็ได้


นักลงทุนรายย่อยสามารถลงทุนได้ผ่านตลาดหลักทรัพย์ SET ซึ่งเป็นตลาดมือสองรับหุ้นจากเจ้าของเดิมมาซื้อขายกันอีกทีซึ่งนักลงทุนถือเป็น ผู้มีเงินออม/ทุน ที่เข้ามาในตลาดเพื่อหาผลตอบแทนนั่นเองค่ะ


ความเสี่ยงจากหุ้นก็เหมือนกับการลงมือทำธุรกิจนั่นแหละมีทั้งความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจการเมืองด้านอุตสาหกรรมด้านธุรกิจซึ่งต้องอาศัยการวิเคราะห์เป็นหลัก


การลงทุนในหุ้นมีรูปแบบหลักๆอยู่สองประเภทคือ

เก็งกำไรใน ราคาหุ้น (Speculator) เพื่อหวังผลตอบแทนอย่างเดียวคือ Capital Gain

ลงทุนในมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น (VI) เผื่อได้ทั้งสิทธิ์ในส่วนแบ่งกำไรสิทธิ์ในการออกเสียง และ Capital Gain จากการเติบโตของราคาหุ้น


ซึ่งแต่ละแนวทางก็มีวิธีคิดต่างกันออกไปลองศึกษากันดูนะคะ


จะเลือกลงทุนในหุ้นต้องดูจริตตัวเองเป็นสำคัญนะไม่ใช่แค่ว่าทางไหนดีก็ตามทางนั้นไป ลองดูสไตล์การลงทุนก่อนถ้าหุ้นไม่เหมาะก็อย่าไปให้สัดส่วนกับมันเยอะเพราะเงินอาจจะหายไปหมดเลยโดยไม่ทันรู้ตัว


4. การลงทุนทางเลือกอื่นๆ


อย่างที่เคยบอกไปว่า Asset class แต่ละชนิดนั้นจะต้องมีสภาพคล่องที่สูงและมีตลาดเฉพาะเพื่อรับรองการซื้อขายดังนั้นนอกเหนือจากตราสารทางการเงินที่พูดถึงแล้วยังมีสินค้าเพื่อการลงทุนชนิดอื่นๆอีก

ซึ่งจัดได้ว่ามีความเสี่ยงสูงกว่าหุ้นเพราะต้องใช้ความรู้ความเข้าใจในตัวสินทรัพย์นั้นโดยเฉพาะ มีอะไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ


4.1 ตราสารอนุพันธ์

เป็นตราสารที่ปลูกผลตอบแทนไว้กับสินค้าอ้างอิง (Underlying Asset ) ซึ่งเป็นไปได้ทั้ง หุ้นทองคำ น้ำมันสินค้าการเกษตร ดัชนีหุ้น หรืออะไรก็ได้มีลักษณะเป็นสัญญาการซื้อขายมีประโยชน์ในการป้องกันความเสี่ยงอนุพันธ์ที่เป็นที่นิยมของนักลงทุนคือฟิวเจอร์ส และ ออพชั่น


ซึ่งปัจจุบันเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงนี้ถูกนำมาเก็งกำไรกันอย่างเมามันส์ในตลาด TFEX


เพราะตราสารอนุพันธ์ช่วยเพิ่มอำนาจทางการเงินลงทุนโดยใช้เงินจำนวนน้อยเพื่อก่อให้เกิดผลกำไรมหาศาลแต่ก็ขาดทุนแบบหมดตูดได้เช่นกันเพราะมันมีความเสี่ยงสูงมาก การลงทุนหรือกินกำไรในอนุพันธ์จึงต้องใช้ความรู้ความชำนาญและประสบการณ์ที่สูงถึงจะลงทุนได้สำเร็จ


4.2 ทองคำ

ทองคำเป็นสินค้าโภคภัณฑ์และเป็นสินทรัพย์ทางการเงินเป็นหนึ่งในเครื่องมือกระจายความเสี่ยงที่นักลงทุนนำมาจัดอยู่ในพอร์ตเพราะราคาทองคำมักจะวิ่งสวนทางกับหุ้นเมื่อไหร่ที่หุ้นแย่อย่างน้อยก็ยังมีกำไรจากทองคำมาช่วยพยุงพอร์ตบ้างเลยว่ะ!


การลงทุนในทองคำเป็นทางเลือกที่หลายคนนิยมเพราะมีตลาดคอยรับซื้ออยู่ทุกวันมีราคากลางกำหนดทั่วโลกจึงเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ ที่ซื้อง่ายขายคล่องความเสี่ยงของทองคำจึงมาจากความผันผวนของราคาทองคำในตลาดโลกล้วนๆเลย รูปแบบการลงทุนในทองคำที่เป็นที่นิยมจะมีทั้งทองคำแท่งทองรูปพรรณ และ Gold futures/option (อนุพันธ์อ้างอิงทอง) แต่ถ้าอยากเก็บสะสมทองคำ แนะนำเป็นทองคำแท่งนะคะ เพราะขายได้ง่ายและเป็นการลงทุนแบบดั้งเดิมตั้งแต่สมัยพระเจ้าเหาโน่นเลย


4.3 กองทุนรวม

เป็นช่องทางการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่เพิ่งเริ่มลงทุนไปจนถึงนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงจากสินทรัพย์ชนิดอื่นๆโดยกองทุนรวมจะเป็นกองทุนที่บลจ. ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อระดมเงินลงทุนจากนักลงทุนไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆตามนโยบายที่กำหนดไว้


โดยนักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนในรูปแบบของCapital gain จาก NAV และมีเงินปันผลจากกองทุนรวมให้แถมกองทุนรวมบางชนิดอย่าง LTF และ RMF ยังได้สิทธิ์ทางภาษีอีกด้วยเรียกได้ว่าคุ้มสุดๆ


กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่หลากหลายตั้งแต่ลงทุนในสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำยังเงินฝากออมทรัพย์และตลาดเงินไปจนถึงลงทุนในทองคำอสังหาฯ อนุพันธ์ที่มีความเสี่ยงสูงแถมยังลงทุนสินทรัพย์ในต่างประเทศได้ด้วย


นักลงทุนสามารถจัดพอร์ตการลงทุนโดยใช้กองทุนรวมล้วนล้วนเลยก็ได้เพียงแค่แบ่งสัดส่วนของกองทุนแต่ละประเภทตามสไตล์ที่ตัวเองถนัดและตรงตามเป้าหมายการเงินง่ายๆ สบายๆ ไม่ยุ่งยาก


#สินเชื่อเพื่อธุรกิจ #smecredit

ดู 11 ครั้ง